ขอต้อนรับท่านเข้าสู่งานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 2 ประจำปี 2550

จากความสำเร็จในงานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ สำหรับประเทศไทยครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ.2549 ที่ผ่านมานั้น ได้เป็นที่ประจักษ์และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากบุคคลสำคัญในวงการพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งได้มีการกล่าวขวัญถึงคุณภาพที่ยอดเยี่ยมจากผลงานทุกชิ้นที่ได้รับรางวัล รวมไปถึงการจัดงานประกาศผลรางวัลอย่างมืออาชีพ ณ โรงแรมแชงกรีล่า เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2549 โดยมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 800 คนประกอบด้วยตัวแทนจากโรงพิมพ์ต่างๆมากมาย รวมถึงซัพพลายเออร์ชั้นนำ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐที่เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยานในงานวันนั้น

และสิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในงานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติในครั้งแรกนั้น ได้ถูกส่งเข้าไปแข่งขันในประกวดสิ่งพิมพ์แห่งภูมิภาคอาเซียน ครั้งที่ 4 (4th Asian Print Awards) และสามารถฝ่าฟันเข้ารอบไป จนทำให้ประเทศไทยของเราได้รับเหรียญรางวัลจากการประกวดถึง 19 รางวัล โดยแบ่งเป็นเหรียญทอง 4 รางวัล เหรียญเงิน 5 รางวัล เหรียญบรอนซ์ 8 รางวัล นอกจากนี้ประเทศไทยยังได้รับเหรียญรางวัลยอดเยี่ยม (Best of the Best Awards) ของการพิมพ์ในอีก 2 ประเภท ซึ่งถือได้ว่าเป็นการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย เนื่องจากในอตีตที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งใดที่ประเทศไทยเคยได้รับเหรียญทองหรือรางวัลยอดเยี่ยมในด้านการพิมพ์เลย

ความสำเร็จดังกล่าวทำให้สมาคมการพิมพ์ไทยซึ่งเป็นผู้จัดงานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 1 มีความมุ่งมั่นต่อเนื่องที่จะร่วมพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของโรงพิมพ์ไทยให้เป็นที่ยอมรับจากผู้ซื้อสิ่งพิมพ์ชั้นนำทั่วโลก ทำให้การจัดงานประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติ ครั้งที่ 2 ได้ถูกจัดขึ้นอีกครั้งโดยจะมีการประกาศผลรางวัลในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2550 ซึ่งโครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนที่ดีอย่างต่อเนื่องจากซัพพลายเออร์ในภาคเอกชนและหน่วยงานจากภาครัฐที่ได้เล็งเห็นถึงโอกาศและศักยภาพของอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทยในเวทีส่งออก โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการจัดงานดังนี้

1. เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณแก่ผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมให้เป็นที่รับรู้และยอมรับจากผู้ซื้อสิงพิมพ์ทั้งในและต่างประเทศ

2. เพื่อเป็นการกระตุ้นให้โรงพิมพ์ของไทยไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่ กลางหรือเล็ก ร่วมส่งชิ้นผลงานเข้าแข่งขัน และมีการตื่นตัวที่จะพัฒนาสิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

3. เพื่อให้ผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ในประเทศเข้าใจหลักเกณฑ์และกติกาในการคัดเลือก เพื่อที่จะ
สามารถแข่งขันกับผู้ผลิตสิ่งพิมพ์ในระดับสากล ซึ่งจะช่วยนําพาประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นผู้นําการพิมพ์ในระดับทวีปได้

4. เพื่อคัดเลือกตัวแทนของประเทศไทยในการเข้าร่วมประกวดสิ่งพิมพ์ในระดับสากล โดยตั้งเป้าหมายที่จะได้รับเหรียญรางวัลให้มากกว่าปีที่ผ่านมา

 

ในการประกวดในครั้งนี้ เกณฑ์การตัดสินต่างๆ ยังคงเข้มงวดเหมือนกับการประกวดครั้งที่ผ่านมาทั้งสิ้น กล่าวคือ ยังพิจารณาถึงคุณภาพงานพิมพ์เป็นปัจจัยหลักในการพิจารณาตัดสิน อีกทั้งคุณภาพตลอดจนความยุติธรรมของคณะกรรมการตัดสินและความเป็นอิสระต่อการตัดสิน ยังถือเป็นจุดเด่นของการประกวดครั้งนี้ ซึ่งทำให้ผลงานต่างๆที่ได้รับรางวัลนั้นได้รับการยอมรับตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะเห็นได้จากเหรียญรางวัลมากมายที่ประเทศไทยได้รับจากการแข่งขันในเวทีนานาชาตินั่นเอง

งานประกวดสิ่งพิมพ์ในครั้งนี้ได้แบ่งหมวดหมู่ออกเป็น 25 ประเภท โดยผู้ชนะเลิศในแต่ละระเภทจะได้รับ เหรียญทองพร้อมโล่ห์เกียรติคุณ ส่วยผู้ชนะเลิศเป็นอันดับ 2 และ 3 จะได้รับเหรียญเงินและเหรียญบรอนซ์ตามลําดับ นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสําหรับผู้ชนะเลิศในประเภทงานพิมพ์ตามสาขาต่างๆ อีก 6 รางวัล ซึ่งบริษัทที่อยู่ในข่ายได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งหมด (Finalists) นั้น จะได้รับเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงในการประกาศผลรางวัล อีกทั้งผลงานที่ได้รับรางวัลทุกชิ้นจะถูกตีพิมพ์ลงในหนังสือการประกวดสิ่งพิมพ์แห่งชาติด้วย

 

สุดท้ายนี้ ทางสมาคมการพิมพ์ไทยขอเชิญชวนผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับพิมพ์ทุกท่านส่งชิ้นผลงานของท่านเข้ามาร่วมประกวดในโครงการนี้ให้มากที่สุด โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าท่านเป็นบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่ เนื่องจากครั้งที่ผ่านมาบริษัทที่ได้รับรางวัลต่างๆนั้นกระจายไปตามขนาดต่างๆ เราจึงขอเชิญชวนท่านเข้ามาช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งพิมพ์ที่มีคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมการพิมพ์ไทย ซึ่งวันนี้ได้รับการยอมรับจากหน่วยงานในภาครัฐแล้วว่าเป็น
อุตสาหกรรมที่มีความสําคัญยิ่งต่อการสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยได้ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ในระดับต้นๆ มาร่วมกันพัฒนาคุณภาพงานพิมพ์เพื่อให้อุตสาหกรรมการพิมพ์ของเราเติบโตอย่างยั่งยืนสืบไป สมาคมการพิมพ์ไทยหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะ ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน เข้าร่วมในงานประกาศผลรางวัลครั้งนี้